วัดเทพธิดารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนมหาไชย ใกล้กับวัดราชนัดดารามวรวิหาร ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง” ซึ่งคาดว่าได้รับการตั้งชื่อตามพื้นที่สวนไร่นาและผู้เป็นเจ้าของที่ดินคือพระยาไกรเพชรรัตนสงคราม เจ้านายหรือขุนนางในอดีต
วัดแห่งนี้ได้รับการสถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาองค์ใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2379 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2382
จุดเด่นและสถาปัตยกรรมวัดเทพธิดารามวรวิหาร
ภายในวัดมีพระปรางค์ทิศทั้งสี่ อันเป็นผลงานช่างฝีมือในยุครัชกาลที่ 3 รวมทั้งบุษบกที่ประดิษฐานพระประธานในพระอุโบสถ และภาพเขียนพุ่มข้าวบิณฑ์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสมัยรัชกาลที่ 3 สะท้อนอิทธิพลศิลปะจีนที่เข้ามาผสมผสานในงานสถาปัตยกรรม เช่น อาคารที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา เครื่องประดับพระอารามที่เป็นตุ๊กตาจีนสลักหินหลากหลายรูปแบบทั้งคนและสัตว์ รวมถึงตุ๊กตารูปผู้หญิงในอิริยาบถต่าง ๆ ซึ่งพบเห็นได้มากที่วัดแห่งนี้
หอไตร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นใต้ถุนสูง ขนาดกว้าง 6.50 เมตร สูง 10 เมตร โดดเด่นด้วยการปิดทอง ล่องชาด มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับกระจกสี และลวดลายรดน้ำบนประตูและหน้าต่าง หอไตรแห่งนี้ใช้สำหรับเก็บพระคัมภีร์ใบลาน จารึกพระไตรปิฎก ตู้พระไตรปิฎกเป็นทรงโบราณ ขาตู้มีลักษณะเป็นเท้าสิงห์
พระพุทธรูปและหมู่ภิกษุณีในวัดเทพธิดารามวรวิหาร
พระประธานในพระอุโบสถของวัดคือ หลวงพ่อขาว สลักด้วยศิลาขาวบริสุทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 15 นิ้ว สูง 21 นิ้ว ซึ่งรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานนามว่า “พระพุทธเทววิลาส”
ภายในพระวิหารยังมีรูปหล่อลงรักปิดทอง หมู่ภิกษุณีจำนวน 52 องค์ แบ่งเป็นนั่ง 49 องค์ ยืน 3 องค์ อยู่ในอิริยาบถที่หลากหลาย ทั้งนั่งปฏิบัติธรรม ฟังธรรม ฉันหมาก สูบยา ยืนไหว้ และนั่งพนมมือ
สถานที่สำคัญทางวรรณกรรม
วัดเทพธิดารามวรวิหาร ยังเคยเป็นที่พำนักของ “สุนทรภู่” กวีเอกของไทย ในช่วงบวชระหว่าง พ.ศ. 2383 – 2385 ปัจจุบันยังมีกุฏิที่เรียกว่า “บ้านกวี” เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนได้เข้าชม
ข้อมูลวัดเทพธิดารามวรวิหาร (รายละเอียดสำคัญ)
- ที่ตั้ง: แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ประเภท: พระอารามหลวงชั้นตรี
- นิกาย: มหานิกาย
- เจ้าอาวาส: พระธรรมวชิรคณี (แผ่ว ปรกกฺโม)